Search

เรา Basmi FIP™ ช่วยชีวิตน้องแมวมาแล้ว 6,000 ชีวิต

Updated: Mar 30


เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกให้ทุกคนได้รู่ว่า…!


วันนี้เราทำได้แล้ว!! เมื่อสองปีที่ผ่านมาที่เราเริ่มนำเสนอการรักษา FIP ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในวันนี้เราทำได้ เรารักษาและช่วยชีวิตน้องแมวไปแล้วถึง 6,000 ตัวผ่านโปรแกรมการรักษาของเรา

ที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย เพื่อที่จะรักษาโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว และเราอยากจะร่วมแบ่งปันความรู้ให้ทุกคนได้อ่านกัน สำหรับข้อมูลที่เราสั่งสมมาตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา


อัตราความสำเร็จในการรักษา: 87%

อัตราการกำเริบของโรค: 3%

ระยะเวลารักษาโดยเฉลี่ย (สัปดาห์): 6.2



อัตราความสำเร็จในการรักษาเหล่านี้ เราเก็บรวบรวมมาจากการรักษาของน้องแมวร่วมกับการพิจารณาอาการของแพทย์ นอกจากนี้เรายังไม่เจอน้องแมวที่กลับมาเป็นซ้ำใหม่อีกในระยะเวลา 3 เดือนหลังจากจบโปรแกรมการรักษา FIP ของพวกเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจำเป็นที่จะต้องแจ้งข้อเท็จจริงกับคุณว่า ยังมีน้องแมวอีกมากที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาตามระยะเวลาการรักษา 12 สัปดาห์ได้ เนื่องจากเหตุขัดข้องทางด้านการเงิน หรือการตัดสินใจของแพทย์เจ้าของไข้ น้องๆแมวเหล่านี้เราจึงไม่ได้นำมาคำนวณอัตราเฉลี่ยความสำเร็จในการรักษาแต่อย่างใด


ความล้มเหลวในการรักษาเกิดจาก:

  1. เริ่มการรักษาล่าช้า มักจะเกิดจากการวินิจฉัยโรคที่ล่าช้าจนทำให้แมวป่วยด้วยโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว (FIP) ในระยะสุดท้าย โดยส่วนมากแมวจะเสียชีวิตภายใน 4 วัน หลังจากเริ่มการรักษา

  2. เจ้าของน้องแมวเกิดความลังเล เจ้าของน้องแมวบางรายเกิดความสับสนในการตัดสินใจดำเนินการรักษาเนื่องจากข้อมูลที่ได้รับจากแพทย์มีความขัดแย้งกันเกี่ยวกับรายละเอียดการรักษา หรืออาจจะได้รับจากบริษัทยาอื่นๆ ในบางรายมักจะปล่อยข่าวเสีย และอ้างสิทธิที่ไม่มีมูลเพื่อปิดการขาย

  3. อวัยวะล้มเหลว เช่นดีซ่านในตับ ไวรัสโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว หรือ FIP นี้ เมื่อได้รับการรักษาที่ล่าช้ามักจะส่งผลให้ ตับและไตเสียหาย ดังนั้นเมื่ออวัยวะล้มเหลวก็จะไม่สามารถช่วยชีวิตแมวไว้ได้

  4. น้องแมวไม่สามารถต่อสู้เอาชนะโรคได้ หรือหมดกำลังใจจะสู้ต่อ ในแมวบางตัวมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการเอาชีวิตรอด จริงอยู่ว่ากำลังใจจะเอาชีวิตรอดไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ แต่จากที่เราได้เห็นมาในหลายๆเคสของน้องแมว มีแมวบางตัวสามารถอยู่กับโรค FIP ได้ถึง 3 เดือนโดยไม่ได้รับการรักษาด้วย GS เลย แต่ในขณะเดียวกันแมวบางตัวก็สามารถอยู่ต่อได้อีกแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น แมวที่มีใจสู้และเราบอกได้คร่าวๆเลยว่าน้องแมวส่วนใหญ่มีกำลังใจนี้อยู่ แม้ว่าจะต้องสู้กับการรักษาโรคในระยะสุดท้ายก็ตาม

  5. ป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ถ้าแมวมีอาการป่วยร่วมกันหลายโรค โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญของโรคทั้งหลาย และทำการรักษาได้ยากท้ายที่สุดอาจทำให้เราต้องตัดสินใจการุณยฆาตน้องเพื่อยุติความทรมานทั้งปวง

การกำเริบซ้ำของโรคคำนวณจากครบระยะเวลาการรักษา 84 วันตามที่แพทย์กำหนด แต่เกิดโรค FIP ขึ้นซ้ำอีกภายใน 3 เดือนหลังจากที่ได้รับการรักษา


สาเหตุหลักของการกำเริบของโรคคือ:

  1. ปริมาณยาที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในแมวที่ป่วยเป็น FIP แบบแห้งที่ประเมิณความรุนแรงของโรคได้ไม่ค่อยแม่นยำนัก แมวที่เป็น FIP แบบแห้งนั้น มีอัตราการเกิดซ้ำอยู่ที่ประมาน ≥2/3 ในขณะที่ FIP แบบเปียกมีอัตราการเกิดซ้ำโดยประมาณที่ ≤⅓

  2. ยุติการรักษาเร็วเกินไป บางครั้งเจ้าของแมวตัดสินใจยุติการรักษาเนื่องจากความขัดข้องทางการเงิน หรือคำแนะนำของแพทย์เจ้าของไข้ การกำเริบซ้ำของโรคในกรณีนี้มักจะเห็นอาการกำเริบซ้ำภายใน 4 สัปดาห์ หลังจากที่ยุติการรักษา

  3. อวัยวะเสียหาย หมายรวมถึงที่เกี่ยวข้อง และไม่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ FIP เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้รับการรักษา ระหว่างที่แมวรักษาโรค FIP

  4. ภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งเกิดจากการป่วยด้วยโรคเรื้อรังอื่นๆ

  5. การทำหมันหลังจากรักษา FIP ภายใน 3 เดือน เราขอแนะนำให้เจ้าของน้องแมวตัดสินใจหรือเลื่อนแผนการทำหมันออกไปหลังจากการรักษาแล้วเสร็จแล้วไปอีก 90 วัน

และเรายังได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งว่า สายพันธุ์และอายุไม่ใช่ปัจจัยของการกำเริบของโรค แต่อย่างใดในแมวที่เราทำการรักษามาจนถึงปัจจุบัน และเรื่องนี้น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับเจ้าของลูกแมว หรือแมวอายุเยอะทั้งหลาย และสำหรับผู้ที่เลี้ยงแมวในสายพันธุ์ British Shorthair, Scottish Fold, Mainecoon ซึ่งไวต่อการติดเชื้อไวรัส FIP โดยเฉพาะ


ถ้าน้องแมวของคุณเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว ติดต่อเราเพื่อสอบถามหรือปรึกษาข้อมูลการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาแมวของคุณกับเราได้เลย


เผยแพร่โดย: Basmi FIP™ Thailand

Instagram: #basmifipth

Facebook: www.facebook.com/basmifipthai




0 views0 comments